รับลงโฆษณา

10 อันดับวัดที่ต้องไปสักการะบูชาหากจัดทริปไปทัวน์ลาว

ลาวเป็นประเทศเพื่อนบ้านของไทยมาอย่างยาวนาน นอกจากลาวจะมีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สวยงามไม่แพ้ไทยเราแล้วยังมี ศิลปะ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่น่าไปเที่ยวดูชมตามวัดวาอารามและที่อื่น ๆ อีกมากมาย เมืองใหญ่ของลาวที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยว เก็บภาพถ่ายกันได้แก่ หลาวพระบาง เวียงจันทน์และวังเวียง โดยเริ่มจากสถานที่แรก หลวงพระบาง ตั้งอยู่ภาคเหนือของประเทศ ตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคานมีสถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้ ๆ คือ วัดเชียงทอง พระธาตุพูสี วัดใหม่สุวรรณภูมาราม ฯลฯ ที่ต่อมาเป็นเมืองเวียงจันทน์ เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศลาว มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่มากเช่น พระธาตุหลวง ประตูไซ วัดสะเกด และที่อื่น ๆ อีกมากมาย และสุดท้ายเป็นที่วังเวียง เป็นเมืองท่องเที่ยวที่ห่างจากเวียงจันทน์ ประมาณ 160 กิโลเมตร สถานที่ท่องเที่ยวจะเป็นธรรมชาติซะส่วนใหญ่ เช่น ถ้ำจัง ถ้ำช้าง สะพานส้ม โดยหากใครยังไม่เคยเดินทางมาเที่ยวที่ลาวทีมงาน Top Rank Thailand ขอแนะนำให้ไปเที่ยววัดเพราะประเทศลาวนั้นมีวัดโบราณที่สวยงามเป็นจำนวนมากซึ่งทีมงานได้รวบรวม “10 อันดับวัดที่ต้องไปสักการะบูชาหากจัดทริปไปทัวน์ลาว” ไว้ให้เป็นไกด์แล้ว ลองไปดูกันซิว่ามีวัดไหนที่มีประวัติน่าสนใจบ้าง


วัดพระธาตุหลวง (Pha That Luang), เวียงจันทน์

1. วัดพระธาตุหลวง (Pha That Luang), เวียงจันทน์

พระธาตุหลวงแห่งนี้ถือเป็นศาสนสถานที่สำคัญที่สุดของประเทศลาว เป็นสัญญลักษณ์แทนความเป็นเอกราชและอำนาจอธิปไตยของลาว เป็นศูนย์รวมใจของประชาชนชาวลาวทั่วประเทศ สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 ตามประวัติศาสตร์เล่าว่าพระธาตุแห่งนี้(ปัจจุบัน)มีการสร้างครอบพระธาตุองค์เดิม ณ บริเวณที่เคยเป็นเทวสถานเก่าของขอมเมื่อปี พ.ศ. 2109 พระธาตุหลวงในยุคปัจจุบันมีลักษณะคล้ายป้อมปราการ มีระเบียงสูงใหญ่โอบรอบองค์พระธาตุไว้ ความสูงจากฐานถึงยอดเจดีย์สูงถึง 45 เมตร เจดีย์ใหญ่ตรงกลางจะรายล้อมไปด้วยเจดีย์ขนาดเล็ก 30 องค์ รูปทรงของพระธาตุองค์นี้มีลักษณะไม่เหมือนกับองค์อื่น มีการผสมผสานสถาปัตยกรรมกับพระพุทธศาสนา ถัดจากประตูทางเข้าใหญ่จะเห็นพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ตั้งอยู่บนฐานสูง ตามความเชื่อเล่ากันว่าพระแสงดาบเล่มที่พระองค์ถือจะทำหน้าที่ปกป้องพระธาตุหลวงซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวลาวทุกคน หากมาทัวน์ลาวแล้ววัดพระธาตุหลวงนับว่าเป็นสถานที่ที่โด่งดังที่สุดและเป็นแลนด์มาร์กของกรุงเวียงจันทน์จึงไม่ควรพลาดมาที่นี่ ภายในเดือนพฤศจิกายนของทุกปีจะมีการจัดเทศกาลลนมัสการพระธาตุหลวง มีนักท่องเที่ยวและผู้ที่นับถือเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: 50,000 กีบ/คน


วัดเชียงทอง (Xieng Thong Temple), หลวงพระบาง

2. วัดเชียงทอง (Xieng Thong Temple), หลวงพระบาง

เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีท่องเที่ยวเข้ามาแวะชมเยอะมากเพราะเป็นวัดที่มีความสวยงามของศิลปะและสถาปัตยกรรม วัดเชียงทองสร้างขึ้นราว พ.ศ. 2101 – 2103 ในรัชกาลของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช กษัตริย์ผู้เคยปกครองล้านนาและล้านช้าง ด้านนอกจะมีภาพเล่าเรื่องนิทานพื้นบ้านต่าง ๆ พระสุธน-มโนราห์ ส่วนตรงประตูทางเข้าจะเป็นเรื่องการไหว้เจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ ภาษาลาวเรียกอุโบสถว่า “สิม” ภายในสิมมีสีทองงดงามอร่ามตา แท่นประดิษฐานพระประธานขนาดใหญ่บริเวณโดยรอบมีพระพุทธรูปขนาดเล็กล้อมรอบด้วยอิริยาบทต่าง ๆ ทีผนังด้านหลังของพระอุโบสถเป็นภาพลักษณะคล้ายต้นโพธิ์ เล่าเรื่องพุทธประวัติ ชาดก และตำนานเมืองหลวงพระบาง ด้านหน้าสิมของวัดเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความน่าสนใจคือ หอราชโกศ ซึ่งบรรจุพระโกศไว้ภายใน 3 พระองค์ ได้แก่ มหาชีวิตศรีสว่างวงศ์กษัตริย์แห่งเมืองหลวงพระบาง พระเจ้าอาและพระราชมารดาของพระองค์ นอกจากนั้นบริเวณโดยรอบยังมีศิลปะและสถาปัตยกรรมอื่น ๆ ให้ชมอีกมาก วัดเชียงทองหลังนี้แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่โตมากนักแต่ได้รับการยกย่องจากนักท่องเที่ยวให้เป็น “อัญมณีแห่งศิลปะล้านช้าง” เลยทีเดียว

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 06.00 – 17.30 น.
ค่าเข้าชม: 20,000 กีบ/คน


ปราสาทหินวัดพู

3. ปราสาทหินวัดพู

ตั้งอยู่บริเวณห่างจากตัวเมืองจำปาสักมาประมาณ 10 กิโลเมตร มรดกโลกแห่งที่สองของประเทศลาว โดยมีการขึ้นทะเบียนจาก UNESCO เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2545 ปราสาทหินวัดพู สร้างขึ้นราวศตวรรษที่ 12 ในสมัยพระเจ้ามหนทรวรมัน เชื่อกันว่าเป็น เทวสถานขอมโบราณ คล้ายกับ เขาพระวิหารของบ้านเรา ในอดีตที่ตั้งของวัดพู เคยเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และแห่งอารยธรรมโบราณ มื่อเข้าไปในบริเวณวัดจะเห็นซากวังที่พระราชวงศ์สายจำปาสักให้สร้างขึ้น บริเวณทางเดินชั้นกลางมีปรางค์ ด้านซ้ายและด้านขวาซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นสถานที่บวงศรวงบูชาแยกระหว่าชายและหญิง เดินถัดมาบริเวณส่วนกลางสังเกตท่ามกลางซากปรักหักพังของเทวรูปมีปรางค์ประธานตั้งอยู่ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมนำดอกไม้ธุปเทียนมาบูชาและเรียกปรางค์แห่งนี้ว่า “หอไหว้” ถัดมาบริเวณด้านหลังปราสาทจะสามารถมองเห็นภูเขารูปร่างคล้ายนมของผู้หญิงและคนเกล้ามวยผม ซึ่งเป็นที่มาของชื่อภูเขานี้ว่า “เขานมสาว” หรือคนลาวนิยมเรียกว่า “ภูเกล้า” ทุกช่วงเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปีจะมีการจัดงานเทศกาลประจำปีวัดพู จะมีประชาชนชาวลาวนำสิ่งของมาบวงสรวงบูชา นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาทัวน์ลาวอย่าลืมแวะมาชมปราสาทหินวัดพูซึ่งเป็นมรดกโลกของลาวอีกที่หนึ่ง


วัดสีสะเกด (Wat Sisaket), เวียงจันทน์

4. วัดสีสะเกด (Wat Sisaket), เวียงจันทน์

เดิมวัดนี้มีชื่อว่า วัดสตสหัสสาราม สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2094 โดยพระเจ้าโพธิสารราช บิดาของพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ประตูโบสถ์หันหน้าไปทางทิศตะวันตก สาเหตุที่ได้ชื่อว่าวัดสีสะเกดเพราะอยู่ใกล้กับพระราชวังหลวง เวลาผู้เป็นพระเจ้าแผ่นดินบรรทมจะหันหัวไปทางวัดนี้เพื่อแสดงความนับถือต่อพระพุทธศาสนา มีพระพุทธรูปที่สำคัญประดิษฐานอยู่หลายองค์ภายในช่องกุด มีจำนวนมากถึง 9,168 ช่อง บรรยากาศภายในวัดเต็มไปด้วยความเงียบสงบมีธรรมชาติล้อมรอบ จุดเด่นของวัดสีสะเกดอีกอย่างคือมีพระพุทธรูปองค์เล็ก ๆอยู่รายล้อมบริเวณกำแพงอุโบสถและกำแพงวัดเปรียบเสมือนกับสาวกผู้ติดตามของพระพุทธเจ้า เป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชอบมาถ่ายภาพเก็บเป็นที่ละลึก รอบตัวโบสถ์ถูกก่อสร้างด้วย “ระเบียงคด” หรือ “กมมะเลียน” ในภาษาลาว มุงด้วยหลังคากระเบื้องดินโบราณทำให้แสงแดดไม่สามารถส่องเข้ามาได้ บริเวณส่วนภายนอกจะเป็นโซนที่มีพระภิกษุอาศัยเป็นกุฎิวัดและภายนอกรั้วมีบริเวณที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วย

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 06.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม: 5,000 กีบ/คน


หอพระแก้ว (Ho Phra Kaew), เวียงจันทน์

5. หอพระแก้ว (Ho Phra Kaew), เวียงจันทน์

เป็นสถานที่เคยประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) โดยพระเชษฐาธิราชมีพระราชประสงค์ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2108 ปัจจุบันเหลือเพียงแท่นวางเท่านั้นเนื่องจาก หลังจากทำสงครามกับกองทัพสยามและพ่ายแพ้ กองทัพสยามได้อัญเชิญพระแก้วมรกตของนครเวียงจันทร์ไป สำหรับหอแก้วทุกวันนี้ที่นักท่องเที่ยวเห็นเป็นของที่ถูกบูรณะขึ้นใหม่เกือบทั้งหมด ด้านในของพิพิธภัณฑ์มีพระแท่นบัลลังก์ปิดทองจารึกพระไตรปิฏกตั้งโชว์อยู่และกลองสำริดประจำราชวงลาว บริเวณรอบ ๆ หอแก้วมีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มเย็นถูกตกแต่งด้วยพุ่มไม้ธรรมชาติ มีไหขนาดกลางจากทุ่งไหหินในเชียงขวางวางตั้งอยู่ 1 ใบ (มรดกโลกชิ้นที่ 3 ของลาว) นอกจากนั้นบริเวณรอบ ๆ วัดยังเคยถูกใช้เป็นศูนย์กลางของหน่วยงานปกครองของฝรั่งเศส สำหรับนักท่องเที่ยวที่เข้าไปบริเวณภายในนั้นห้ามถ่ายรูป สามารถถ่ายได้บริเวณด้านนอกเท่านั้น

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 08.00 – 16.00 น.
ค่าเข้าชม: 5,000 กีบ/คน


วัดศรีเมือง (Wat Si Muang), เวียงจันทน์

6. วัดศรีเมือง (Wat Si Muang), เวียงจันทน์

หากใครมาทัวน์ลาวแล้วลองแวะมาสักการะบูชาที่วัดศรีเมือง ที่นี่เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่มีนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเข้ามาให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก วัดศรีเมืองถูกจัดเป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวลาวมานานแสนนาน สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2106 ต่อมาได้มีการทำสงครามกับสยามที่นี่จึงถูกทำลายลงและสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ.2458 เป็นสถานที่ตั้งของศาลหลักเมือง ศาลเจ้าแม่ศรีเมืองและเมื่อสมัยโบราณเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธปฏิมากรด้วย สถานที่ตั้งของที่นี่จะอยู่บนถนนเชษฐาธิราช ทางทิศตะวันออกของสถานทูตฝรั่งเศส มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่เป็นจำนวนมากซึ่งชาวลาวนิยมมาสักการะบูชาและมีความเชื่อว่าเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก เมื่อเดินไปถึงบริเวณด้านหน้าวัดจะพบอนุสาวรีย์เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ยืนถือสมุดใบลาน ซึ่งเป็นประมวลกฎหมายฉบับแรกของลาว หากใครได้มาที่นี่จะเห็นวิถีปฏิบัติของชาวลาวที่มีธรรมเนียมว่าถ้าหากเป็นแม่หญิงจะต้องนุ่งซิ่นเพื่อเข้าร่วมงานบุญถือเป็นการแต่งตัวด้วยความเหมาะสม ในกรณีที่เป็นนักท่องเที่ยวไปสักการะบูชา ณ วัดศรีเมืองการแต่งกายด้วยความสุภาพนุ่งซิ่นก็ถือว่าเป็นการให้เกียรติสถานที่ด้วยเช่นเดียวกัน
ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: 5,000 กีบ/คน


วัดวิชุนราช (Wisunarat Temple), หลวงพระบาง

7. วัดวิชุนราช (Wisunarat Temple), หลวงพระบาง

เป็นวัดที่สร้างขึ้นเพื่อประดิษฐาน พระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง ก่อสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2046 ในสมัยพระเจ้าวิชุนราช ในสมัยก่อนถือว่าเป็นเจดีย์ที่มีรูปทรงแปลกตามีรูปร่างคล้ายคลึงกับผลของแตงโมผ่าคึ่ง ชาวเมืองหลวงพระบางจึงเรียกกันว่า “พระธาตุหมากโม” สร้างขึ้นโดยพระมเหสีของพระเจ้าวิชุนราช เปรียบได้กับพลังของสตรีชาวลาว การก่อสร้างส่วนใหญ่มีสถาปัตยกรรมแบบขอมที่ได้แบบมาจากปราสาทวัดภูแขวงจำปาศักดิ์ จุดเด่นจะอยู่ที่คอชั้นสองสร้างขึ้นโดยยกระดับสูงขึ้นไป ส่วนบนหลังคาประดับด้วย โหง่ รูปพญานาคสามเศียร ด้านภายในพระอุโบสถมีขนาดใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ด้านหลังพระประธานมีโบราณวัตถุที่รวบรวมมาจากวัดร้างต่าง ๆ อาทิเช่น พระพุทธรูปแกะสลักลงรักปิดทองเท่าคนจริง ไม้แกะสลัก พระพุทธรูปสำริด ใครที่เดินทางผ่านไปมาที่นี่จะเห็นพระธาตุหมากโมได้อย่างสะดุดตาเนื่องจากเป็นเจดีย์ที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนเจดีย์อื่น

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 07.00 – 17.30 น.
ค่าเข้าชม: 20,000 กีบ/คน


วัดใหม่สุวรรณภูมาราม, หลวงพระบาง

8. วัดใหม่สุวรรณภูมาราม, หลวงพระบาง

ชาวหลวงพระบางชอบเรียกชื่อเรียกสั้น ๆ อีกชื่อว่า “วัดใหม่” ที่นี่เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระสังฆราชบุญทัน องค์สุดท้ายของลาว สันนิษฐานกันว่าวัดนี้สร้างขึ้นเมื่อศตวรรษที่ 20-21 พระบางเคยประดิษฐานอยู่ที่วันแห่งนี้จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2437 จึงได้มีการอัญเชิญพระบางไปประดิษฐานในหอพระบางภายในพระราชวัง ลักษณะจุดเด่นของวัดนี้จะมีตัวอุโบสถที่แตกต่างจากวัดอื่น คือสร้างด้วยเครื่องไม้มีหลังคาซ้อนกันห้าชั้น ลักษณะของอาคารจะเป็นทรงโค้ง ชายคาปกคลุมทั้งสี่ด้านสองระดับต่อเนื่องกัน ภายในพระอุโบสถจะมีพระพุทธรูปจำนวนมากอยู่บนผนัง ตรงกลางมีพระประทานองค์ใหญ่มีพระพักตร์ที่งดงามล้อมรอบไปด้วยพระพุทธรูป บริเวณกำแพงหน้าอุโบสถเป็นสีทองอร่ามสวยงามบอกเล่าเรื่องราวของพระเวทสันดรชาดกและรามเกียรติ์ เสาหน้าระเบียงสีดำวาดด้วยลวดลายละเอียด วัดใหม่สุวรรณภูมาราม จะตั้งอยู่ใกล้กับหอพระบาง สำหรับใครที่แวะไปเที่ยวที่วัดพระบางมาแล้วอย่างลืมมาแวะชมศิลปะและความสวยงามของที่นี่ด้วย

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 08.00 – 17.00 น.
ค่าเข้าชม: 10,000 กีบ/คน


วัดมโนรมย์ (Wat Manorom), หลวงพระบาง

9. วัดมโนรมย์ (Wat Manorom), หลวงพระบาง

สร้างขึ้นโดยพระเจ้าสามเสนไทย พระราชโอรสของเจ้าฟ้างุ่ม แต่หลังจากนั้นไม่นานได้ถูกทำลายจนเสียหายจากจีนฮ่อออกปล้นสดมในปี พ.ศ.2330 พระพุทธรูปถูกทำลายจนพระกรหักทั้งสองข้าง บริเวณโดยรอบและวัดต่าง ๆ ได้รับความเสียหาย หลังจากนั้นจึงมีการบูรณะปฏิสังขรขึ้นใหม่ มีการโบกปูนปิดทองพระพุทธรูปสำริดใหม่ ถือเป็นพระพุทธรูปสำริดที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของลาวเลยก็ว่าได้โดยมีความสูงอยู่ที่ประมาณ 6 เมตร ด้านหลังของสิมมีร่องรอยของแท่นพระพุทธรูปครอบด้วยศาลาหลังเล็กซึ่งอดีตเคยเป็นวัดเชียงกลาง วัดมโนรมย์เป็นวัดที่ชาวหลวงพระบางนิยมมาทำบุญและขอพรที่วัดแห่งนี้ เพราะเชื่อว่าจะได้ความสุข ชีวิตราบรื่นไม่มีอุปสรรค หากเดินทางมาทัวน์ลาวแล้วมาที่หลวงพระบางอย่าลืมแวะมาสักการะบูชาที่วัดนี้ด้วย

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 09.00 – 17.00 น.


พระธาตุพูสี (Mount Phousi), หลวงพระบาง

10. พระธาตุพูสี (Mount Phousi), หลวงพระบาง

ตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีความสูงราว 150 เมตร ใจกลางเมืองหลวงพระบาง มีประวัติความเป็นมาโดยสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าอนุรุท พ.ศ.2337 ความหมายของพูสีคือ ภูเขาของพระฤาษี ชาวบ้านตั้งขึ้นจากเมื่อสมัยโบราณนั้นมีฤาษีไปอาศัยอยู่ การขึ้นไปด้านบนจะต้องเดินไปสักการะเท่านั้นไม่มีกระเช้าให้บริการ โดยผ่านบันไดขึ้นยอดเขา 328 ขั้น สำหรับนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาเที่ยวที่นี่ เพราะต้องการขอพรเป็นส่วนใหญ่ บริเวณทางเดินล่มรื่นมีต้นจำปาบริเวณรอบ ๆ ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำชาติชาวลาว เมื่อมองจากด้านบนจะเห็นวิวของแม่น้ำโขงไหลเป็นสายทอดยาวสวยงามมาก เมื่อมองดีดีจะเห็นพระราชวังเดิมที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโขง และทิวทัศน์ของเมืองหลวงพระบาง ตัวพระธาตุเป็นทรงดอกบัวสี่เหลี่ยมสีทองตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมยอดประดับด้วยเศวตฉัตรทองสำริดเจ็ดชั้นช่วงเวลากลางวันพระอาทิตย์สาดส่องมาเป็นช่วงที่เห็นพระธาตุสวยงามที่สุด
หากใครเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีประเพณีตักบาตรบนยอดพูสีด้วย

ช่วงเวลาเปิดให้บริการ: 06.30 – 18.30 น.
ค่าเข้าชม: 10,000 กีบ/คน


สำหรับใครที่ยังไม่เคยมาทัวน์ลาวแนะนำว่าให้ลองมาดูซักครั้งแล้วจะไม่ผิดหวัง เพราะที่ประเทศลาวปัจจุบันมีการเดินทางที่สะดวกกว่าสมัยก่อนมากโดยสามารถมากับทัวน์หรือเช่ารถขับเองก็ได้ การท่องเที่ยวภายในประเทศลาวมีทั้งธรรมชาติและเที่ยวชมสถาปัตยกรรมตามวัดต่าง ๆ รวมถึงประเทศลาวมีสถานที่ที่เป็นมรดกโลกมีด้วยกันถึง 3 แห่ง ได้แก่เมืองหลวงพระบาง วัดพูและทุ่งไหหิน นอกจากนั้นยังมีน้ำตกอีกหลายแห่งที่เป็นสถานที่ชมธรรมชาติเมื่อเข้ามาแล้วทำให้รู้สึกผ่อนคลาย หรือหากจะพาผู้สูงอายุมาสักการะบูชาตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ วัดวาอาราม ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่ง

ไม่มีความคิดเห็น